บางทีหา link เข้าไป manage domain สำหรับ Google App ไม่เจอ เพราะใน Site ไม่มี link แสดงให้เห็น วิธีเข้าคือต้องไปที่ Mail แล้วจะมี Manage Domain อยู่ด้านบน

CNAME and Google App

January 3, 2011

ใน Google App ถ้า Set Site ให้เป็น Public เวลาเพิ่ม Web Addressing ให้ map เข้ากับ subdomain เช่น www, blog (www.domain.com, blog.domain.com) แล้ว Add CNAME แล้ว browse มา ในช่อง URL ก็จะยังเป็นตาม subdomain ที่ตั้ง แต่ถ้าไม่ได้ให้ Site เป็น Public แต่เป็น Private หรือให้เฉพาะคนใน domain access ได้ URL ก็จะเปลี่ยนไปเป็น sites.google.com/a/domain.com/site

iPad 3.2.2 Jailbreak

October 25, 2010

ในที่สุดก็ทนไม่ไหวต้อง jailbreak ในที่สุด ขั้นตอน ทำไปดังนี้
– Backup ด้วยการ sync ใน iTunes ซะก่อน
– เก็บ .shsh (blob) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เวลาเรา restore แล้วจะต้องให้ Apple validate image ของ firmware ที่เรากำลังจะลง Apple มีสิทธิที่จะไม่ validate firmware เก่าๆที่ Apple ไม่ต้องการให้เราลงได้ ดังนั้นจึงต้องเก็บ .shsh ไว้ก่อน แล้วตอนหลังพอจะ restore ก็อาจจะแก้ host file ให้ชี้ไปที่ server ที่จะ validate ให้แทน Apple หรือ ทำเครื่อง local เป็น server ซะเอง แล้วก็ส่ง blob ที่เก็บไว้กลับมาให้ ซึ่ง tool ชื่อ tinyumbrella จะทำขั้นตอนพวกนี้ให้ ทั้งส่วนของการ save .shsh และ การ restore
– ใช้ limera1n เพื่อทำ jailbreak ขั้นตอนก็ google เอา ง่ายมาก แป๊ปเดียว มีกดปุ่ม Power และ Home พร้อมกัน ปล่อย power ก่อน กด Home ค้างไว้จนเสร็จ อีกประมาณ 30 วินาที ตอน run limera1n ก็เปิด iTunes ไว้ด้วย
– เสร็จแล้วก็ run limera1n มันก็จะให้ลง cydia พอลง cydia เสร็จ ส่วนใหญ่ ก็จะ add source cydia.hackulo.us เพื่อจะลง AppSync 3.2 เพื่อให้ลง app จาก iTunes ได้ ด้วยการ copy ipa files ใส่ลงไปในส่วน App ของ iTunes แล้วพอ ต่อเครื่องเข้ากับ iTunes แล้ว Sync App มันก็จะเข้ามาใน iPad (ทุกครั้งที่ sync ผมจะคลิกที่กากบาทตอนที่ iTunes พยายามจะ backup เพราะไม่อยากให้มัน backup ทับอันเดิมก่อน Jailbreak ยังไม่รู้ ตั้งไม่ให้ iTunes backup ยังไง แต่ก็ copy backup folder ทั้ง folder ไว้อีกที่แล้ว)
– อีก program ที่น่าจะลงและน่าจะใช้บ่อยมากกว่า ก็คือ Installous คือโปรแกรมที่ช่วยให้ค้นหา app จาก apptrackr ใน ipad และทำการ download แล้วลงจาก iPad ได้เลยไม่ต้องมายุ่งกับ iTunes
– เสร็จแล้วก็ไล่ลง app ครับ ผ่านทาง Installous หรือ ค้นเอา ที่ apptrackr.org icausefx.com เป็นต้น


พอดีเคยเข้าไปทำงานกับหนึ่งในบริษัทข้างต้นซึ่งโดยรวมแล้วมีประวัติที่น่าสนใจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันเลยจดประวัติไว้หน่อย เริ่มจากบริษัท Fiberlane Communications ที่ก่อตั้งโดย Raj Singh, Ajaib Bhadare และ Vinod Khosla ประมาณปี 1995 ทำ products ทางด้าน optical platform ที่เป็นจุดกำเนิดสำคัญของอุปกรณ์ optical platform หลายยี่ห้อในปัจจุบันซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

บริษัท Fiberlane ตั้งมาได้สองปี ก็เริ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในแนวทางการพัฒนา products โดยมีการแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะมุ่งเน้นไปทาง voice ในขณะที่กลุ่มที่สองมุ่งเน้นไปทาง data ในที่สุดในปี 1997 ก็มีการ split ออกเป็นสองบริษัท ได้แก่ บริษัท Cerent และ บริษัท Siara ในขณะที่มีกลุ่มย่อยๆใน Fiberlane แยกออกมาตั้งอีกบริษัทหนึ่งคือบริษัท Cyras ต่อมาในปี 1999 Cisco ก็ซื้อบริษัท Cerent ด้วยมูลค่า 8 พันล้านเหรียญ และก็เอา Cerent 454 ไปพัฒนาต่อเป็น ONS 15454 ซึ่งเป็น MSPP ตัวหลักของทาง Cisco ต่อมา สามเดือนต่อมาในปีเดียวกันหลังจาก Cisco ซื้อ Cerent ทาง Redback ซึ่งตอนนั้นทำแต่ทางด้าน Subscriber Management System ก็ซื้อ Siara ที่มูลค่า 4.3 พันล้านเหรียญ และเริ่มวางแผนจะทำตลาดทางด้าน Optical Platform เช่นกัน โดยตั้งชื่อ Family ใหม่นี้ว่า Smartedge ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็น MSPP ที่ฉลาดมากเมื่อเทียบกับ traditional SDH/DWDM ของยี่ห้อใหญ่ที่มีอยู่ในตอนนั้น ที่รู้เพราะได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำตลาดให้ Smartedge ในช่วงนั้นด้วย ส่วนกลุ่มที่ไปตั้งบริษัท Cyras สุดท้ายก็ถูกบริษัท Ciena ซื้อไปด้วยมูลค่า 2.6 พันล้านเหรียญ สรุปแล้วว่ากันว่า การ split ของ Fiberlane และการขายต่อของบริษัทต่างๆทำให้มีคนเป็น millionaire ไปไม่ต่ำกว่า 200 คน กลุ่มคนที่เคยทำที่ Fiberlane ยังได้ออกไปมีส่วนร่วมในการก่อตั้งบริษัททางด้าน Optical Platforms อีกมากมายเช่น Calix Networks, Kromos Technology, Cratos Networks, Optovation, iNara Networks เป็นต้น

สำหรับ Cisco นั้น ผมติดตามด้วยความสนใจว่าจะบุกตลาด Optical ได้มากแค่ไหน ใจก็แอบเชียร์อยู่เพราะจากที่ได้สัมผัส ONS15454 ก็ยอมรับว่าตัว product เองนั้นดีจริงๆ (จริงๆก็มาจาก platform ที่เริ่มจาก Fiberlane เหมือนกัน) นอกจาก Cerent แล้ว ต่อมา Cisco ก็ซื้อ Monterey และ Pirelli System มาอีก โดย product Monterey นั้น Cisco เลิกไปในปี 2001 ส่วน product ของ Pirelli ก็กลายมาเป็นรุ่น ONS 15808 ของ Cisco แต่ก็ถูกเลิกไปในปี 2005 ล่าสุดเพิ่งเห็นข่าวว่า Cisco ไปซื้อ บริษัท CoreOptics ด้วยมูลค่า 99 ล้านเหรียญ ก็ต้องคอยติดตามว่า Cisco จะเดินไปอย่างไรในตลาดของ Optical Platform นี้

เวลาเรา edit video ถ้าสามารถ show รูป thumbnail ของ video ที่ถ่ายมาใน explorer เลยจะช่วยให้เลือกไฟล์ได้ง่ายขึ้น แต่บางทีเวลา view thumbnail แล้ว video file พวก mpg ไม่โชว์รูป video วิธีการอันหนึ่งที่ลองใช้ไ้ด้ผลคือใช้ command “regsvr32 shmedia.dll” ซึ่งเป็นการ register ให้ show thumbnail ของ mpg, avi ถ้าต้องการ unregister ก็ใช้ command “regsvr32 /u shmedia.dll” ส่วน mp4 บางทีไม่ยอม show ก็ให้ลองใช้วิธี add registry เข้า ไป โดย save ด้านล่างให้เป็น file นามสกุล .reg แล้ว double click เพื่อ add registry

Windows Registry Editor Version 5.00
[HKEY_CLASSES_ROOT\.mp4\ShellEx\{BB2E617C-0920-11d1-9A0B-00C04FC2D6C1}]
@=”{c5a40261-cd64-4ccf-84cb-c394da41d590}”

อย่าลบบรรทัดแรกออกนะไม่งั้นจะไม่ work และจะให้ show thumbnail ของ file อะไรก็ให้แก้นามสกุลเอา แต่ที่สำคัญใน windows ต้องมี codec ที่จะ play file พวกนี้ด้วย ผมลง VLC ก็ play ได้ครอบคลุมแทบจะทุกนามสกุลแล้ว เล็กดีด้วย ไม่ลงอะไรเยอะแยะที่เราไม่ต้องการเหมือน K-Lite

ไม่แน่ใจว่าลืมหรือครูเราสมัยเด็กไม่เคยใช้คำนี้ แต่ที่โรงเรียนลูกให้มาสอนทำแจกลูกสะกดคำ เลยต้องหาความรู้สักหน่อย ขอขอบคุณครูโหลมากๆเลยครับที่ทำเอกสารที่มีประโยชน์มาก

แจกลูกสะกดคำ
พยัญชนะ สระ ตัวสะกด
แจกลูกสะกดคำของครูโหล

ส่วนประกอบที่สำคัญของ ROADM ก็คือ WSS (Wavelength Selective Switching) ซึ่งเพิ่มความ Flexible ในการจัดการกับ wavelengths มากกว่า WB (Wavelength Blocker) แบบเดิมๆ WSS Component ค่อยๆเปลี่ยนมารองรับ spacing ที่ 50 GHz เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เป็น 100 GHz ผู้ผลิต WSS Component รายใหญ่ก็คือ JDSU คู่แข่งที่สำคัญก็คือ Finisar, Capella และ CoAdna โดยเฉพาะ Finisar กำลังมาแรงมากครับในตลาดของ 50 GHz